Sweetness' Poison#4
posted on 25 Apr 2009 15:34 by ntenshi-rh in SweetnessPoison
ShortFic :Sweetness' Poison
Author :Ntenshi
Cast : Nishikido RyoxUchi Hiroki
Status : Part4
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ขนมหวานหลากหลายชนิดที่เราเห็นกันได้อยู่ทุกวันนั้น
ไม่ว่าเราจะเป็นคนเกลียดของหวานแค่ไหนก็ตาม
คงจะมีซักชนิดที่จะเป็นของโปรดของเรา
ซึ่งขนมชิ้นนั้นอาจไม่ได้วิเศษอะไรมากมายนัก
แค่เรารู้สึกว่ามันอร่อย
ขนมหวานก็ดีใจเหลือเกินแล้วล่ะ
แต่เมื่อเรากินมันไปได้ซักระยะนึง
จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี
ความซ้ำซากจำเจเริ่มเข้ามาแทนที่ความอร่อย
เราก็จะเริ่มรู้สึกว่าขนมชิ้นนั้นมันรสชาติแปลกไป
ไม่อร่อยเหมือนเมื่อก่อน
และละทิ้งมันไปอย่างไม่ไยดี
ซึ่งความจริงแล้ว
วันเวลาไม่ได้ทำให้รสชาติขนมนั้นแปรเปลี่ยนไปหรอก
สิ่งที่เปลี่ยนไปน่ะ...คือตัวเราต่างหาก
เป็นตัวเราเองนั่นแหละที่เบื่อ
แล้วโยนความผิดให้ขนมไปซะอย่างนั้น
ทำให้ขนมที่น่าสงสารต้องจมอยู่กับความเศร้า
โดยไม่ยอมรับว่าหัวใจของเราเองต่างหาก
....ที่เปลี่ยนแปลง
"โคะจาง...ชิเงะจาง...ไปหนายยยยยยยย" เสียงแง้วๆของเด็กหนุ่มตัวเล็กดังทักทายมาจากรถคันสีเขียวสดใส
"อ้าวยูยะจัง....โยโกยาม่าคุง...มาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย" โคยาม่าทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงทักนั้นเป็นใคร
"พอดีโยโกยาม่าคุงเค้ามาช่วยทำเรื่องเคลมประกันให้อ่ะ...แล้วตกลงจะไปไหนกันอ่ะ"ยูยะตอบหน้าตูมๆ
"ไปเยี่ยมอุจี้น่ะ...เห็นว่าไม่สบาย..เลยกะว่าจะไปทำราเม็งร้อนๆให้กิน"ชิเงะตอบแทน
"งั้นไปด้วยกันซะเลยสิ...จะไปหาอุจจี้จังอยู่พอดีเลย...ป่านนี้คงนั่งสวีทกันกะนิชิคิโดคุงอยู่แหละ555"
ยูยะตอบเสียงใส
สามคนที่เหลือเลยได้หัวเราะขำๆอย่างเห็นด้วยกับที่ยูยะพูด
ปิ๊งป่อง.............ปิ๊งป่อง...........~~~
ปิ๊งป่อง.............ปิ๊งป่อง...........~~~
ปิ๊งป่อง.............ปิ๊งป่อง...........~~~
"เอ๊ะ...ไมเงียบจังอ่ะ..ไม่มีคนอยู่เหรอ" โคยาม่ากดกริ่งงงๆ
โยโกยาม่าเดินเข้ามาจับที่ลูกบิด....ปรากฎว่าไม่ได้ล็อก...จึงถือวิสาสะเปิดเข้าไป
ภาพที่เห็นทำเอาทั้งสี่คนแทบช็อค...เมื่อเห็นร่างบอบบางของฮิโรกินอนสลบอยู่ที่พื้นห้องตรงหน้าประตู...
มีคราบเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งใบหน้าและสองมือ...
ท่าทางเหมือนกับว่าต้องกำลังพยายามตะเกียกตะกายมาที่ประตู จนกระทั่งสลบไป
ทั้งสี่คนไม่มีเวลาจะคิดอะไรแล้ว...โคยาม่ารีบอุ้มฮิโรกิออกไปโดยอีกสามคนที่เหลือก็ตามไปด้วย...
..ระหว่างที่เดินกึ่งวิ่งออกไปที่รถ โยโกยาม่าหันมาสั่งยูยะที่วิ่งหน้าซีดตามมาข้างหลัง
"โทรไปหาเรียวเดี๋ยวนี้....ถามให้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น!!!!!!"
ยูยะรีบลนลานกดเบอร์รุ่นพี่ตามที่ร่างสูงสั่ง....แล้วก็วิ่งตามไปขึ้นรถอย่างรวดเร็วเช่นกัน
+โรงพยาบาล+
หน้าประตูกระจกฝ้าสีหม่นที่มีป้ายใหญ่เขียนว่าEmergency Roomเงียบงัน ราวกับต้องการเพิ่มความกดดันให้สี่คนหน้าห้องอึดอัดใจตาย
ช่วงเวลาที่ผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า โดยที่ไม่มีใครออกมาให้คำตอบได้เลยซักนิดว่าฮิโรกิเป็นอะไร...
ทั้งสี่จึงกระวนกระวายเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก
ยิ่งเห็นรอยเลือดที่เปื้อนติดเสื้อของโคยาม่า...ยิ่งทำให้คิดไปได้ต่างๆนาๆ...ยิ่งเพิ่มความเครียดกันเข้าไปใหญ่
โค
ยาม่านั่งหน้าเครียด....สีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัดจนชิเงะต้องมานั่งข้างๆ
จับมือปลอบใจกัน
ส่วนยูยะก็พยายามกดโทรศัพท์อย่างร้อนรน...สีหน้าสับสนเป็นอันมาก
ใจนึงก็กังวลเรื่องฮิโรกิ อีกใจก็สงสัยว่านิชิคิโดคุงหายไปไหน ทุกสิ่งทุกอย่างจึงดูผิดที่ผิดทางไปซะหมด จนโยโกยาม่าสังเกตเห็น
"โทรไม่ติดเหรอ" ร่างสูงหันมาถาม
"ติดฮะ...แต่ไม่มีคนรับสาย" ยูยะหันไปตอบหน้าเสีย
"ช่างเถอะ....ช่างเค้า....ไม่ต้องโทรอีกแล้ว" โยโกยาม่าพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
...หากแต่แววตาทั้งคู่ใครดูก็รู้ว่ากำลังโกรธมากเพียงใด
ทำเอายูยะหน้าจ๋อยๆไม่กล้าพูดอะไรอีก
แอ๊ดดดดดดด~
เสียง ฝืดๆดังพร้อมกับที่ประตูค่อยๆเลื่อนเปิดออกมา....ชายวัยกลางคนในชุดสี ขาวสะอาดตาดูภูมิฐานเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีซักเท่าไหร่
"หมอครับ...ฮิโรกิเป็นยังไงบ้างครับ" โยโยยาม่าถามขึ้นทันทีที่เห็นว่ามีคนออกมาจากห้อง
"
ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ...แต่อาการยังน่าเป็นห่วงอยู่...เดี๋ยวย้าย
เข้าไปที่ห้องพักคนไข้พิเศษครับ...อ้อ..ผมขอคุยกับญาติคนไข้ได้ไม๊ครับ"
คุณหมอพูดขึ้นด้วยสีหน้ากังกลนิดๆ
"พูดกับผมก็ได้ครับ...ผมเป็นพี่ชาย
เค้า"โยโกยาม่ารีบตอบแล้วเดินตามคุณหมอไปทันที...ในขณะที่อีกสามคนเดินกึ่ง
วิ่งตามเตียงของฮิโรกิที่มุ่งตรงสู่ห้องพัก
"เอ่อ....คุณพอจะทราบใช่ไม๊ครับว่าคนไข้มีปัญหาเรื่องปอด"คุณหมอขยับแว่นเล็กน้อยก่อนพูด
"ครับ...พอจะทราบ" โยโกยาม่าพยักหน้า
"แล้วทราบไม๊ครับว่า...คนไข้สูบบุหรี่" คุณหมอถามขึ้นอีก
"ไม่ทราบครับ...แต่ก็สงสัยอยู่"
"...
คือว่าคนไข้สูบบุหรี่น่ะครับ...จำนวนไม่น้อยทีเดียว...ทำให้เนื้อเยื่อปอด
ที่ไม่ค่อยจะปกติอยู่แล้วถูกทำลายไปหลายส่วนทีเดียว...แต่ที่ร้ายแรงกว่า
นั้น...."คุณหมอหยุดพูดอย่างชั่งใจ
"อะไรครับ...มีอะไรอันตรายเหรอครับ"ร่างสูงถามอย่างร้อนรน
"...เอ่อ...คือว่าผมตรวจพบเนื้องอกในช่องปอดครับ...และสงสัยว่าจะเป็นเนื้อร้าย"
"อะไรนะครับ!!!...ฮิโรกิเป็นมะเร็งเหรอครับ?" โยโกยาม่าตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ...
"
ยังครับยัง...ต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งครับ...ประมาณวันมะรืนเราจึง
จะทราบแน่ชัดครับ"คุณหมอรีบอธิบาย...ทำให้โยโกยาม่าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"
แต่ยังไงซะก็ต้องผ่าตัดเอาเนื้องอกออกด้วยน่ะครับ...จึงขอเรียนญาติผู้ป่วย
ทราบ...อ้อ..แล้วช่วงนี้อย่าให้คนไข้สะเทือนใจจนร้องไห้ออกมานะครับ....
เพราะจะทำให้คนไข้สำลัก..ซึ่งเลือดอาจไหลท่วมปอด...เป็นอันตรายมากครับ"
โยโกยาม่าพยักหน้ารับคำ...ก่อนจะเดินไปยังห้องพักของฮิโรกิอย่างเบลอๆ...ลอยๆ...กำลังมึนงงกับเรื่องที่ได้รับฟังมา
"ทำไมไม่รับโทรศัพท์ล่ะเรียวจัง" โอคุระถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทเอาแต่จดๆจ้องๆมือถือของตัวเองที่มันสั่นดุ๊กๆอยู่ตรงหน้า
"ชั้นไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้นทัชชง....ชั้นเบื่อ...ชั้นเซ็ง"เรียวตอบเสียงเนือยพลางยกแก้วน้ำสีอำพันนั้นขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด
"พอได้แล้วเรียวจัง...ดื่มมากเกินไปแล้วนะ"โอคุระยึดขวดทรงสูงนั้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเค้าเตรียมจะเทน้ำเมานั่นอีก
"ขอร้องเถอะทัชชง...ขอนะ...ตอนนี้ชั้นอยากลืมเรื่องที่เกิดขึ้น...ถึงแม้มันจะเหมือนหลอกตัวเอง...แต่ขอชั้นลืมมันไปซักนาทีก็ยังดี"
เรียวแย่งขวดนั้นจากมือโอคุระก่อนจะรินของเหลวในนั้นลงแก้ว และดื่มเข้าไปในร่างกายราวกับเป็นน้ำดื่มธรรมดา
โอ คุระจึงได้แต่นั่งมองเพื่อนอย่างไม่สบายใจ...ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นถึงทำ ให้เรียวจังที่ปฎิญาณว่าจะไม่ดื่มเหล้าเป็นบ้าเป็นหลังอีกแล้ว ต้องมาดื่มเพื่อดับความกลัดกลุ้มที่มีอยู่มากมายขนาดนี้ ไม่เข้าใจและไม่สามารถช่วยอะไรไม่ได้เลย...ทำได้แค่มองดูเพื่อนหน้าดุของ เค้ายกแก้วเหล้านั้นดื่ม...แก้วแล้วแก้วเล่า
..นายเป็นอะไรกันนะเรียวจัง
แต่ ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ก็ไม่ได้ทำให้สมองของเรียวหยุดคิดถึงภาพคนรัก ที่กำลังทำร้ายตัวเองอยู่ได้เลยปวดหัวใจที่ฮิโรกิทำให้เค้าผิดหวัง
ทำไมฮิโรกิ....ทำไมนายถึงได้ไม่รักตัวเองขนาดนี้
ชั้นเป็นห่วงนายแทบตาย...ห่วงมากกว่าชีวิตของชั้น
แต่นายกลับหาเรื่องทำลายตัวเอง
สนุกมากรึไงที่เห็นชั้นเป็นบ้าแบบนี้
เห็นชั้นร้อนรนรีบมาหานาย
มันน่าขำมากใช่ไม๊
รักตัวเองให้ได้ซักครึ่งนึงของที่ชั้นรักนาย
มันยากมากเลยใช่ไม๊
มันยากเกินกว่านายจะทำให้ชั้นได้ใช่ไม๊...ฮิโรกิ
น้ำตา แห่งความเจ็บปวดรินไหลลงมาจากดวงตาสีดำสนิทของเรียว....พร้อมๆกับน้ำเมาที่ หลั่งรินเข้าสู่ร่างกายแข็งแกร่งนั้นหยดแล้วหยดเล่าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะ สิ้นสุด
ชั้นต้องการเมา...
ยิ่งไม่ได้สติเท่าไหร่ยิ่งดี....
ชั้นต้องการลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊นี้
ลืมว่าฮิโรกินั้นทำอะไรลงไป
ทำให้ชั้นผิดหวังมากมายแค่ไหน
ขอเวลาทำใจซักพัก
แล้วเราอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม...ฮิโรกิ
ชั้นหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น
+ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ+
ร่างบอบ บางขยับตัวเล็กน้อยอย่างอ่อนแรง...ใบหน้าสวยหวานซีดเซียว ปรากฎรอยยิ้มจางๆเมื่อดวงตาพร่าเลือนทั้งสองมองเห็นเงารางๆของคนๆนึงกำลัง นอนก้มหน้าที่ข้างเตียงของเค้า
......เรียวจัง...เรียวจังใช่ไม๊......
...เรียวจังหายโกรธชั้นแล้วใช่รึเปล่า....
แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว...แววตาสดใสกลับหม่นเศร้าลงไปอย่างน่าใจหาย...
เมื่อชายหนุ่มที่ฟุบหน้าลงไปนั้นเงยหน้าขึ้นมามองคนป่วยพร้อมเบิกตาโตอย่างตกใจ เมื่อเห็นฮิโรกิฟื้นแล้ว
"
ตื่นแล้วเหรออุจจี้....เป็นยังไงมั่ง...หิวน้ำไม๊"
ชิเงอากิถามขึ้นอย่างเป็นห่วงไม่ทันสังเกตร่องรอยความผิดหวังจากเจ้าตัวซัก
เท่าไหร่ ฮิโรกิฝืนยิ้มเนือยๆพลางส่ายหน้าปฎิเสธ
"หรือว่าหิวข้าว...เดี๋ยวชั้นไปบอกพยาบาลให้นะ" โคยาม่ากุลีกุจอช่วยเหลือเพื่อน..ฮิโรกิยกมือห้าม
"..ไม่หรอก...เอ่อ..ละ..แล้ว...ระ...เรียวจังล่ะ" ร่างบางถามเสียงเบาๆอย่างเกรงใจ...ทำเอาโยโกยาม่าที่ยืนมองนิ่งๆอยู่ทนไม่ไหว
"ถามถึงเค้าทำไมอุจิ...ในเมื่อเค้าปล่อยนายให้นอนทรมานเกือบตายอยู่ในห้องคนเดียวหยั่งนั้นน่ะ"
"มะ..ไม่นะ...อยะ..อย่าว่าเรียวจังอย่างนั้นสิยูจัง....ระ..เรียวจังไม่ผิดนะ...แค่กๆๆ"
ฮิโรกิน้ำตาคลอเถียงแทนอย่างรวดเร็วจนสำลัก...นั่งไอหน้าดำหน้าแดงจนคนที่เหลือรุดเข้ามาดูอาการอย่างตกใจ
" ใจเย็นๆฮิโรกิ...โอเคๆ..ชั้นไม่ว่าเรียวจังของนายแล้วก็ได้...ใจเย็นๆนะ.. เอ้า..นี่น้ำ" โยโกยาม่ายื่นหลอดเข้าปากรุ่นน้องคนสนิทอย่างร้อนรน
...ไม่อยากให้ฮิโรกิบอบช้ำไปมากกว่านี้อีกแล้ว....
" อือ...อืม...ระ..เรียวจังไม่ผิดจริงๆนะยูจัง...ฮึก...เค้าผิดเองแหละ.... เค้าผิดเองทั้งหมด...ฮึก...เรียวจังคงโกรธเค้ามาก..ฮึก" น้ำตาหยดน้อยๆไหลลงอาบแก้มขาวซีดนั้นเพื่อตอกย้ำความอ่อนแอของร่างบอบบาง
" ไม่ร้องนะฮะอุจี้จัง....อย่าร้องนะฮะ...นิชิคิโดคุงเค้าไม่โกรธอุจี้จังหรอก ฮะ...เค้ารักอุจี้จังมากเลยนะ...ทุกๆคนเป็นพยานได้...ทำใจให้สบายนะฮะ.."ยู ยะค่อยๆเอาผ้าผืนนุ่มเช็ดหยดน้ำตาที่แก้มของฮิโรกิอย่างถนอม...พูดเป็นกำลัง ใจให้
ทุกคนในที่นั้นก็พยักหน้าเออออตามอย่างแข็งขัน...เพื่อให้ฮิโรกิมั่นใจ
ฮิโรกิค่อยๆอาการสงบลง...ร่างกายอ่อนแรงดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด...จึงถูกขอร้องแกมบังคับจากทุกคนให้นอนพักผ่อน
"
เดี๋ยวชั้นจะไปลากเรียวจังมาหานายนะอุจี้...ไม่ต้องห่วง..นายตื่นขึ้นมาต้อง
เห็นเค้าแน่ๆ"
โคยาม่าพูดยิ้มๆให้กับคนป่วย...จึงได้คำตอบเป็นการส่ายหน้าอย่างรุนแรงจากฮิ
โรกิ
"ไม่นะ...อย่าทำอย่างนั้นนะเคย์จัง...ชั้นไม่อยากให้เรียวจังลำบากใจ...ชั้นอยากให้เค้าอยากมาหาชั้นเอง...ชั้นรอได้...ชั้นรอเค้าได้"
ฮิโรกิพูดเสียงสั่นๆ...จะร้องไห้อีกแล้วล่ะ
" โอเคๆ...ตามใจ...ไม่เอาแล้วอุจิ...อย่าร้องไห้นะ...ไม่งั้นชั้นจะไปลากคอ เรียวมาจริงๆด้วย...นิ่งซะแล้วหลับตาลงเดี๋ยวนี้...ไม่สบายกายอยู่ก็อย่าหา เรื่องให้ไม่สบายใจอีกได้ไม๊...หลับไปเลย...นอนไปซะ...เดี๋ยวทุกอย่างจะดี ขึ้นเองแหละ" โยโกยาม่าบ่นอย่างนึกรำคาญ หากแต่ฟังดูก็รู้ว่าเป็นห่วงคนป่วยขนาดไหน ทำให้ฮิโรกิยิ้มทั้งน้ำตา
"ขอบคุณมากๆนะทุกคน...ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนชั้น"
ฮิโรกิพูดยิ้มๆก่อนจะหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน...ด้วยความหวังที่ว่าทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างที่โยโกยาม่าบอก
"โยโกยาม่าคุงจะไม่บอกนิชิคิโดคุงจริงๆเหรอฮะว่าอุจจี้จังป่วยขนาดนี้" ชิเงอากิถามขึ้นอย่างสงสัย
"ไม่....ชั้นอยากจะรู้เหมือนกันว่าเค้าจะสนใจไยดีกันมั่งรึเปล่า" ร่างสูงตอบเสียงเย็นทำเอาที่เหลือเริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆแทนเรียว
"แต่ว่า...นิชิคิโดคุงควรจะรู้นะฮะว่าอุจจี้จังไม่สบายมาก...จะได้มาดูแลกันไงล่ะฮะ" ยูยะพูดขึ้นบ้าง
"ขนาดเราจะโทรไปบอก...ยังไม่รับสายเลย...แล้วจะให้ชั้นหวังอีกเหรอว่าเค้าจะมาดูแลฮิโรกิ"
โยโกยาม่าสวนทันควัน..ยูยะเลยหน้าจ๋อยไปเลย
"
งั้นบอกแค่ว่าฮิโรกิอยู่โรงพยาบาลละกันนะครับ...เพราะยังไงซะอุจจี้เค้าก็
ต้องการกำลังใจจากเรียวจังมากนะครับ"โคยาม่าพูดขึ้นอย่างขอร้อง
"ก็แล้ว
แต่พวกนายเถอะ...ขอแค่อย่าบอกว่าฮิโรกิป่วยเป็นอะไร...เพราะเค้าขอไว้"
โยโกยาม่าตัดบทแล้วก็เดินแยกออกไปอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
เพราะความผิดหวังในตัวรุ่นน้องของเค้า
นี่น่ะเหรอคนที่บอกเค้าว่าจะดูแลฮิโรกิ
นี่น่ะเหรอคนที่บอกกับเค้าว่ารักฮิโรกิสุดหัวใจ
ปล่อยให้ฮิโรกิเกือบจะตายอย่างเดียวดายนี่น่ะเหรอ
ทำให้ฮิโรกิร้องไห้ไม่รู้จักกี่ครั้งนี่น่ะเหรอ
แม้กระทั่งฮิโรกิไม่สบายขนาดนี้ยังไม่โผล่หน้ามาซักนิด
ถ้าฮิโรกิเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ
..นายจะรู้สึกอะไรบ้างไม๊เรียว
นายจะรู้สึกอะไรบ้างรึเปล่า
"ไม่นะครับ...ไม่เอา...ผมไม่ผ่าตัด"
เสียงโวยวายของฮิโรกิดังขึ้นทันทีเมื่อคุณหมอถามความสมัครใจ
" แต่มันอันตรายมากนะครับหากปล่อยไว้...เนื้องอกนั้นมันอาจกลายเป็นเนื้อร้าย ได้นะครับ"คุณหมอพยายามโน้มน้าวจิตใจ...จะว่าอาจกลายเป็นเนื้อร้ายคงไม่ถูก
เพราะจากการตรวจอย่างละเอียด พบว่าเนื้อร้ายก้อนนั้นมีเซลล์มะเร็งอยู่...
อีกทั้งยังลุกลามไปมากแล้วด้วย
"ไม่...ไม่เอา...ผมไม่ยอมผ่าตัด...ไม่เอา...ไม่เอานะ" ฮิโรกิเริ่มโวยวายหนักขึ้น...น้ำตาเริ่มคลอแล้วล่ะ
"
โอเคครับ...ใจเย็นๆนะครับ...หมอจะให้เวลาคุณค่อยๆตัดสินใจ...รอให้อารมณ์
เย็นๆก่อนค่อยๆคิดนะครับ...แล้วพรุ่งนี้ค่อยให้คำตอบหมอนะ"
คุณหมอรีบเปลี่ยนท่าทีเพราะกลัวฮิโรกิจะสะเทือนใจมากแล้วก็เดินจากไป
"ทำไมไม่ผ่าตัด หือม์?....มันอันตรายนะฮิโรกิ..ถ้าปล่อยไอ้เนื้องอกนั้นไว้น่ะ" โยโกยาม่าถามอย่างไม่พอใจ
"แล้วยูจังรับประกันได้ไม๊ว่าเค้าผ่าตัดแล้วจะหาย....หมอยังบอกได้แค่ว่ามีโอกาสเลย...แล้วเค้าจะมั่นใจได้ยังไง" ฮิโรกิเถียง
"แต่โอกาสที่จะหายมันสูงกว่านะ...หมอก็บอกนี่" ร่างสูงสวนกลับ
"แต่มันก็ยังมีโอกาสที่จะไม่รอดใช่ไม๊ล่ะ....มีใครยืนยันได้ไม๊ล่ะว่าเค้าจะไม่เป็นหนึ่งในนั้น"
ฮิโรกิเถียงตามความคิดของตัวเอง...โยโกยาม่าเงียบไป
" ขอร้องล่ะยูจัง...ชั้นขอรอเรียวจังอยู่อย่างนี้...ชั้นทนได้...อย่าให้โอกาส ที่ชั้นจะอยู่รอเรียวจังมันถูกบั่นทอนให้เหลือสั้นลงเร็วเกินไปเลยนะ...ขอ ให้เค้าอยู่อย่างนี้เถอะ...อย่างน้อยเค้าก็มั่นใจว่าเค้ายังอยู่รอเรียวจัง ได้...อย่าให้เค้าต้องไปผ่าตัด...โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ออกมารอเรียว จังอีกรึเปล่าเลยนะ...ขอร้องล่ะยูจัง...เค้าขอร้อง"
ฮิโรกิเสียงสั่นๆ...พยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ
ยิ่งนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแบบนี้ยิ่งทำให้ฮิโรกิรู้สึกได้ว่าเวลาเค้าเหลือน้อยเต็มที...
มันค่อยๆลดลงเรื่อยๆสวนทางกับความอ่อนแอของร่างกายที่เพิ่มมากขึ้นทุกทีทุกที
ถึงแม้เค้าจะไม่รู้ว่าจะมีแรงรอเรียวจังได้อีกถึงเมื่อไหร่
แต่ก็จะรอต่อไปอย่างไม่ลดละ
ด้วยความหวังที่ว่าเรียวจังจะกลับมาหาเค้า
ถ้าเรียวจังยังเหลือความรักให้เค้าซักนิด
...เรียวจังก็คงจะมา...
อีกไม่นานหรอก..
อีกไม่นานใช่ไม๊?
เค้ายังมีความหวังใช่รึเปล่า?
ใครก็ได้ตอบเค้าที
โกหกกันก็ได้
ขอร้องล่ะ
To Be Continue...