Sweetness' Poison#5
posted on 25 Apr 2009 15:46 by ntenshi-rh in SweetnessPoison
ShortFic :Sweetness' Poison
Author :Ntenshi
Cast : Nishikido RyoxUchi Hiroki
Status : Part5
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ตุ๊กตาน้ำแข็ง....ประติมากรรมสวยหรู
ที่ไม่ว่าใครเดินผ่าน ต่างก็อดไม่ได้ที่จะมองมันอย่างชื่นชม
แต่ความงดงามนั้นไม่จีรังยั่งยืน
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป น้ำแข็งนั้นเริ่มละลาย
ความสวยงามก็ค่อยๆลดน้อยถอยลงไปทุกที
สายตาผู้คนที่เคยมองมากลับมองผ่านเลยไปอย่างไม่ไยดี
ปล่อยให้ตุ๊กตาน้ำแข็งที่น่าสงสาร
ร้องไห้จนน้ำตาที่หลั่งรินละลายไปพร้อมๆกับร่างของตน
....อย่างเดียวดาย
“กินข้าวมั่งเหอะอุจิ..นายไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วนะ” โยโกยาม่าเลื่อนถ้วยข้าวต้มควันฉุยเข้าไปใกล้ๆร่างบอบบางที่ดูอ่อนแรงลงทุกทีบนเตียงสีขาวซีดไม่ต่างจากใบหน้าสวยหวานนั้นเลย
“เค้าไม่หิวเลยยูจัง” ฮิโรกิส่ายหน้าช้า ฝืนยิ้มเซียวไปให้ก่อนจะเลื่อนถ้วยกลมนั้นกลับไป
“ไม่หิวก็ต้องกิน..อย่าให้ต้องบังคับได้มั้ย” ผู้เป็นพี่ชายขมวดคิ้วมุ่น พลางตักข้าวต้มช้อนโตจ่อใส่ปากสีจางนั้นอย่างแกมบังคับ
“เผด็จการชะมัด” คนป่วยหน้ามู่บ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมอ้าปากรับข้าวต้มโดยดี
ร่างสูงตั้งท่าจะป้อนคำที่สอง จึงหันมาดูว่าร่างผอมบางเคี้ยวคำแรกหมดรึยัง แน่นอน คำตอบคือไม่ ก็เล่นอมเอาไว้แบบนั้น เมื่อไหร่จะหมดคำได้ล่ะนั่น
“เฮ้อ..เรานี่ไม่โตซักทีสิน่า”
โยโกยาม่าใช้สองนิ้วตบๆแก้มตุ่ยนั้นสองสามทีเพื่อกระตุ้นให้เจ้าตัวเล็กเคี้ยวเหมือนที่เคยทำสมัยเด็กๆ
ซึ่งก็ได้ผล ฮิโรกิยอมเคี้ยวอย่างฝืนใจสุดๆ
“เหมือนเมื่อก่อนเลยเนอะ...เค้าคิดถึงตอนนั้นจัง” ร่างบางพูดพลางนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อน เป็นช่วงเวลาที่เค้ามีความสุขมาก
===Flashback===
“อุจิ...อมข้าวอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย~!!!!!”
เด็กชายตัวโตผิวขาวจัดโวยวายใส่หนูน้อยหน้าหวาน ที่ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวันทั้งที่แก้มตัวเองพองตุ่ยเป็นหลักฐานฟ้องอยู่ตำตา
“ฮ่าๆๆ..ฮิโระจังนี่..ผู้ร้ายปากแข็งจริงๆ” เสียงหัวเราะจากคนข้างๆดังขึ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาฮิโรกิฉุนจัด คว้าข้าวปั้นก้อนโตยัดใส่ปากเจ้าของเสียงหัวเราะกวนอารมณ์นั้นทันที
“อุ๊ก~!!!!!!!!!...เล่นอะไรของนายเนี่ยฮิโระ” เด็กชายหน้าดุโวยวายกลับไปทั้งๆที่ข้าวปั้นเต็มปาก ใบหน้านั้นดูตลกมากเสียจนเจ้าหนูตัวดีหัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่
“อิอิ...สมน้ำหน้า...เรียวจังอยากมาหัวเราะเค้าก่อนทำไมล่ะ” เจ้าหนูหน้าหวานยื่นหน้ายื่นตาตอบอย่างเย้ยๆ ก่อนจะหัวเราะร่าอีกทีเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มอีกคนนั่งเคี้ยวข้าวปั้นตุ้ยๆมองตาขวางอย่างคาดโทษ
สายตาสองดวงส่งกระแสเปรี๊ยะๆกันจนคนอายุมากสุดได้แต่ส่ายหัว
“นั่งกินดีๆ..มัวแต่เล่นกันอยู่นั่นแหละ!!!” มือใหญ่ดึงแก้มเด็กแสบทั้งสองคนเป็นการลงโทษ ก่อนที่เด็กสามคนจะได้กินข้าวกันอย่างสงบสุขเสียที
============
“ฮึก...ฮึก..” พอคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น น้ำตาหยดน้อยๆมันก็ไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยนั้นอย่างห้ามไม่อยู่
“ร้องไห้อีกแล้ว...ตาบวมหมดแล้วตัวเล็ก” ผู้เป็นพี่ชายค่อยๆไล้นิ้วปาดน้ำตาที่แก้มเนียนใสอย่างทะนุถนอมสุดหัวใจ
“ฮือออ..ยะ..ยูจัง..เค้า..เค้าคิดถึงเรียวจัง” ร่างบอบบางร้องไห้โฮ คิดถึงคนรัก ที่ไม่รู้ว่าหายโกรธเค้ารึยัง จะคิดถึงกันบ้างรึเปล่า และ...ยังรักเค้าอยู่มั้ย
“เอางี้มั้ย..ชั้นจะไปพาหมอนั่นมาหานายเอง”
แม้ภายในใจจะขุ่นเคืองซักเท่าไหร่
เพื่อเห็นแก่น้องที่น่าสงสารของเค้า
จึงต้องลดทิฐิลงบ้าง
“มะ..ไม่เป็นไรฮะ..เค้า..เค้าอยากให้เรียวจังมาหาเค้าเอง...ไม่อยากให้ฝืนใจมาหาเค้า” ฮิโรกิก้มหน้างุด พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น พยายามหลบซ่อนน้ำตาที่มันกำลังไหลลงมาอีกแล้ว
“จะเป็นแบบนี้อีกถึงเมื่อไหร่....บอกชั้นทีว่าพวกนายกำลังเล่นอะไรกันอยู่” โยโกยาม่าถามขึ้นมาอย่างหมดความอดทน
“มะ..ไม่มีอะไรฮะ..ไม่มีอะไรจริงๆ” คนป่วยเอาแต่ก้มหน้าน้ำตาไหล บ่าบางเริ่มสั่นหนักขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ น้ำตามากมายรินไหลลงมาจากดวงตาที่เคยมีแต่ประกายสดใสเริงร่า สองมือเล็กกำผ้าห่มแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นสุดๆ ทำเอาร่างสูงไม่อาจทนเฉยกับการฝืนทนของน้องชายได้อีกต่อไป สองแขนใหญ่โอบกอดปลอบประโลมคนตัวบางไว้อย่างอ่อนโยน
“เอาเถอะ..ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร..นิ่งซะนะ...อย่าร้องไห้เลย” วงแขนกอดกระชับร่างบอบบางให้แน่นขึ้น ส่งผ่านความปรารถนาดีผ่านไออุ่น เผื่อว่ามันพอจะช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดลงไปได้บ้าง อย่างน้อยๆก็อยากให้รู้เอาไว้
ว่าพี่ชายคนนี้จะอยู่ข้างๆเสมอ
“ขอร้องล่ะฮิโรกิ รักตัวเองหน่อยเถอะนะ...ซักนิดก็ยังดี”
สามวันแล้วที่เขาเดินไปเรื่อยเปื่อยตามท้องถนน และมาหยุดอยู่ที่หน้าอพาทเมนท์สีครีม ดวงตาคมมองขึ้นไปยังระเบียงห้องชั้นสี่ ห้องของเขากับฮิโรกิ ชายผ้าม่านยาวที่พัดพริ้วไปตามลมอย่างว่างเปล่า เป็นแบบนี้มาสามวันแล้ว ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เหมือนกับอาทิตย์ที่แล้ว...ในวันที่เขาเดินจากมาด้วยหัวใจที่เจ็บปวดที่สุด
..ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ...
...จะทำร้ายตัวเองเหมือนที่ผ่านมารึเปล่า...
===Flashback===
“...อึก...อ่าว..หมด..หมดแล้วนี่...อือออ”
ชายหนุ่มยกขวดสีชาขึ้นสูงเพื่อรับเอาน้ำรสขมอมหวานเข้าสู่ร่างกาย หากแต่มันไม่เหลือแม้ซักหยด
“..เฮ้อออ...ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ่ขี้เมาที่นั่งอยู่ตรงหน้าชั้นคือนิชิคิโด เรียว” ร่างสูงนั่งมองเพื่อนสนิทที่รู้จักรู้ใจกันมาตั้งแต่เด็กกำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่ที่สุด มันอดไม่ได้ที่จะต้องบ่นออกมา หวังว่าคำกระแนะกระแหนอาจจะพอช่วยให้อีกคนมีสติขึ้นมาบ้าง
“เหล้า...เหล้า..ทัชชง...เอาเหล้ามาให้หน่อย..ชั้นอยากกินเหล้า...เอามา...เอามาเซ่”
เปล่าเลย...ทุกอย่างมันไม่ได้ต่างไปจากหลายวันที่ผ่านมา...
เพื่อนของเขายังคงเรียกร้องหาแต่ไอ้แอลกอฮอล์ละลายน้ำอยู่นั่นแหละ
“พอที...เหล้าน่ะ..มันระเหยความทุกข์ของนายไม่ได้หรอกนะเรียวจัง...มีแต่จะละลายความเป็นคนให้มันค่อยๆหายไปจากตัวนายทุกๆนาทีเท่านั้นแหละ” โอคุระกระชากแก้วน้ำออกจากมือของอีกคนที่พยายามยื้อยุดฉุดกระชากเพื่อให้ได้กลับคืนมา
“อย่ามายุ่งกับชั้น...ชั้นจะกินเหล้า...เอาคืนมา” เสียงอ้อแอ้ที่ยังดึงดันไม่เลิกทำเอาคนความอดทนสูงถึงคราวฟิวส์ขาด
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ...นายคิดมั่งมั้ยเรียวจัง...ถ้าฮิโระจังมาเห็นสภาพนายตอนนี้เค้าจะรู้สึกยังไง”
คนตัวสูงตะคอกใส่อย่างเหลืออด
“..เฮอะ..รู้สึกสะใจมั้ง...เห็นชั้นเป็นบ้าตายเพราะเค้า...เค้าต้องรู้สึกดีสุดๆอยู่แล้วล่ะ..หึๆ..ฮ่าๆๆๆๆๆ” เรียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาแดงกร่ำด้วยความเจ็บช้ำ
เพราะความผิดหวังกับการกระทำของคนที่เขาห่วงสุดหัวใจ
“..ชั้นไม่รู้ว่านายไปรับรู้อะไรมา...แต่ชั้นอยากให้นายคิดใหม่นะเรียวจัง...ไม่มีมนุษย์คนไหนมีความสุขบนความทุกข์ทรมานของคนที่ตัวเองรักหรอก”
ทาดาโยชินั่งลงข้างๆเพื่อนของตน ค่อยๆพูดเพื่อให้อีกคนใจเย็นลง
“แต่เค้า...เค้าทำร้ายตัวเอง...ทำอะไรโง่ๆ ทั้งๆที่ชั้นเป็นห่วงเค้าแทบตาย เค้ากลับทำตัวแบบนี้...ชั้นผิดหวัง.. และเสียใจที่สุด นายเข้าใจชั้นไม๊ทัชชง” เรียวก้มหน้าลงกับมือทั้งสองข้างของตัวเอง ให้มันรองรับน้ำตาที่มันหลั่งรินออกมาอย่างสุดจะทน
“แล้วนายรู้มั้ยล่ะว่าเค้าทำร้ายตัวเองทำไม”
คำถามที่เอ่ยออกมาจากปากคนพูดน้อยต่อยหนัก ทำเอาอีกฝ่ายได้แต่เงียบงันเกินกว่าที่จะตอบอะไรออกมา
ร่างสูงยืนขึ้น..ตบไปที่อกของเพื่อนเบาๆสองสามทีก่อนจะพูดว่า
“ถ้าสมองอันแสนฉลาดของนายมันหาคำตอบให้ไม่ได้..ลองถามอะไรโง่ๆกับตรงนี้ดูบ้าง นายอาจจะได้คำตอบอะไรที่ดีกว่านี้ก็ได้นะ”
==============
ทิฐิที่อัดแน่นอยู่ภายในหัวสมองมันช่างมากมาย ไม่ต่างกับความเป็นห่วงที่มากล้นอยู่ภายในหัวใจ
และมันก็นำพาให้ขาทั้งสองก้าวเดินจนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูสีน้ำตาลเข้ม มือใหญ่ยื่นไปด้านหน้าจับที่ลูกบิดประตูอย่างชั่งใจ ดวงตาสีเข้มจ้องมองมือของตัวเองอย่างใช้ความคิด คงถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องชั่งน้ำหนักความรู้สึก
ว่าระหว่างสมองกับหัวใจ
เขาเลือกจะเชื่ออะไรมากกว่ากัน
..นั่นสินะ...
..ฮิโรกิทำร้ายตัวเองทำไม?...
ในที่สุดสมองก็สั่งการให้เขาเปิดประตูเข้าไป ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเมื่อสามวันก่อน เพียงแต่วันนี้ภายในห้องมันเงียบเหลือเกิน เงียบเกินกว่าที่จะหลอกตัวเองว่ามีคนอยู่ได้
.....คงกลับบ้านสินะ.....
ร่างโปร่งถอดรองเท้าและก้าวเข้ามาในห้อง ตั้งใจจะไปปิดประตูระเบียง แต่แล้วดวงตาสีเข้มต้องเบิกกว้างเมื่อสังเกตที่พื้นห้องหน้าโซฟา ที่ที่เค้าเห็นฮิโรกิในวันนั้น...
...รอยเลือด...
...มันมาจากไหน?...มาได้ยังไง?...
...ฮิโรกิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!....
เมื่อมองไล่ไปตามรอยเลือดเหล่านั้น มันยาวไปจนถึงหน้าประตูที่เค้าเพิ่งเดินผ่านมาทีเดียว
..นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!!!...
...ฮิโรกิ!!!!!!!!!!!!!!!....
...นายอยู่ที่ไหน??....
-โรงพยาบาล-
“ชิเงะ...เอาขนมเค้กในรถมารึยัง?” โคยาม่าหันมาถามคนรักที่กำลังก้มๆเงยๆมองถุงพลาสติกในมือดูวุ่นวายทีเดียว
“เอามาแล้วนี่ไง...” ชิเงอากิยกมือข้างที่มีขนมเค้กร้านโปรดของฮิโรกิ ขึ้นมาให้ดูเพื่อยืนยัน”
“งั้นไปหาอุจจี้กันเล้ยยย” คนตัวสูงกว่าคว้าถุงทั้งหมดมาถือเองก่อนจะรั้งข้อมืออีกคนให้วิ่งตามเข้าไปในโรงพยาบาล
ร่างบอบบางนั่งห้อยขาอยู่บนเตียงเล็ก ริมฝีปากที่ติดจะซีดเม้มเข้าอย่างครุ่นคิด ดวงตาทั้งคู่จ้องมองปลอกเข็มที่พันธนาการเค้าไว้กับสายน้ำเกลือน่าเกะกะ ความกลัวที่เกาะกุมจิตใจไม่อาจเอาชนะความรู้สึกตอนนี้ของฮิโรกิได้เลย มือข้างที่เป็นอิสระกำแน่นที่สายยาวนั้นก่อนจะหลับตาลงอย่างวัดใจ
-ปื่ก!!!!!!!-
“ฮึก...” ริมฝีปากถูกกัดจนห้อเลือด น้ำตาหยดน้อยๆซึมไหลที่ปลายหางตา เจ้าเข็มเล่มโตนั้นถูกปล่อยทิ้งลงสู่พื้นอย่างไม่ไยดี สิ่งเดียวที่ยึดร่างบางไว้กับเตียงนั่นได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ความเจ็บปวดแทบขาดใจเมื่อซักครู่ไม่อาจฉุดรั้งให้เค้าหยุดรออะไรได้ ทุกวินาทีต่อจากนี้มีคุณค่าเกินกว่าที่จะมางอแงร้องไห้เพราะความเจ็บเหมือนทุกทีอีกแล้ว
ฮิโรกิจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เข้าใส่ในวันนั้น เลือดยังคงไหลซึมออกจากแผลที่หลังมือ แม้ว่าเค้าจะพยายามเอาผ้าเช็ดหน้าปกปิดเอาไว้ก็ตาม ร่างบางค่อยๆปิดประตูห้องลงอย่างแผ่วเบาที่สุด
“ขอโทษนะฮะ....ขอโทษจริงๆฮะ...”
แอ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~
“อุจ...จิ...........อุจจี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
ทั้งโคยาม่าและชิเงอากิร้องออกมาพร้อมๆกัน เมื่อเตียงสี่เหลี่ยมกลางห้องนั้น
.......ว่างเปล่า
คงเหลือแต่เพียงสายน้ำเกลือที่เกะกะเรี่ยพื้น และรอยเลือดที่เปรอะเป็นจุดเล็กจุดน้อยบนผ้าปูสีขาวนั่น
ตรู้ดดดดดดดด................ตรู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
“..รับสิ...รับซักทีสิ..”
ตรู้ดดดดดดดดดดดด........ตรู้ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“...โว้ยยยย...ทำไม....ทำไมไม่รับโทรศัพท์นะ...” ร่างโปร่งสบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะกดเบอร์โทรออกอีกครั้ง
ตรู้ดดดดดดดด................ตรู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด......
“..รับสิ...รับ....รับเถอะนะ..ได้โปรด..”
ตรู้ดดดดดดดด................ตรู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด.....
...........................................
...........................................
...........................................
เมื่อเสียงเงียบผิดปกติ..เขาจึงมองไปยังหน้าจอสี่เหลี่ยม
ที่บัดนี้ว่างเปล่า
ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
…………แบตหมด……………
ปึ่ก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
“โธ่โว้ย...เกิดบ้าอะไรตอนนี้นะ” เรียวขว้างโทรศัพท์ลงบนพื้นอย่างหัวเสีย
To be continue.....
ฮ๋าๆๆๆๆอารมณ์นั้นจริงๆๆๆ
เรื่องอื่นนี่ฉลาดนักทำไมเรื่องของคนรักถึงได้โง่แบบนี้
ฮิโระหนีไปไหนนนน ชอบทำให้ใจหายอยุ่เรื่อยยย
อ๊ากกกกกกกกกก ว่าแต่ชอบประโยนี้ของโอคุระจัง
"เหล้าน่ะ..มันระเหยความทุกข์ของนายไม่ได้หรอก"
โดนๆๆๆได้อีกกกว่ะเห้ย
ตามอ่านตอนจบก่อนนน อดลุ้นไม่ได้ หึหึ
#1 By JusT_|_aM`88 (118.174.189.36) on 2009-04-26 02:26