Sweetness' Poison#6
posted on 25 Apr 2009 15:57 by ntenshi-rh in SweetnessPoison
ShortFic :Sweetness' Poison
Author :Ntenshi
Cast : Nishikido RyoxUchi Hiroki
Status : Part6(END)
++++++++++++++++++++++++++++++++++
มีหลายสัจธรรม ที่บ่งบอกถึงความสำคัญของเวลา
“เวลาไม่เคยหมุนกลับ เฉกเช่นเดียวกับสายน้ำที่ไม่มีวันไหลทวนวนกลับไปยังต้นน้ำ”
“จงให้ความสำคัญกับวันนี้ เพราะอาจไม่มีวันพรุ่งนี้เสมอไป”
หลายคนพยักหน้าอืออืมตอบรับ ว่ามันเป็นสัจนิรันดร์
เป็นความจริงที่ยากจะหาเหตุผลมาโต้แย้งได้
แต่จะมีซักกี่คน ที่จะรับรู้มันได้จริง
ถึงความสำคัญของวันเวลาที่ค่อยๆหมุนเวียนไปอยู่ทุกๆวันนี้
หรือว่าต้องรอให้มันสายเกินไปเสียก่อน
ถึงจะเข้าใจ....
ฮิโรกิเปิดประตูห้องออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
ดวงตาเริ่มพร่ามัวจากความอ่อนแอของทั้งร่างกายและจิตใจ
เหมือนเดิม... ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
เหมือนกับวันนั้น
วันที่เรียวจังเดินจากเขาไป
ยิ่งก้มมองลงที่พื้น
ยังคงมีคราบเลือดของตัวเองเปรอะเปื้อนอยู่
ยิ่งแทบอยากจะทรุดลงไป
เรียวจังยังคงไม่กลับมา
เรียวจังคงโกรธเขามากจริงๆ
เรียวจังจะโกรธจนกระทั่งเกลียดเขามั้ย?
เพียงเท่านี้ ร่างบอบบางก็ทรุดลงพิงหลังกับประตูบานใหญ่
ซบหน้าลงกับหัวเข่า ปล่อยให้ความอ่อนแอครอบงำความคิดทุกอย่าง
จนเสียงสะอื้นอย่างเจ็บปวดดังระงมไปทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้.....
........ปรี๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน.....
...........เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...........
“เฮ้ยยยยย.... เป็นบ้ารึไงวะ...มาเดินบ้ากลางถนนแบบนี้น่ะห๊า!!!!!!!!!!!”
เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากที่ไหนเขาไม่คิดจะใส่ใจ
ในหัวตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว
...เขาต้องตามหาฮิโรกิให้เจอ....
เสียงแตรรถที่ดังประสานเสียงกันจนแสบแก้วหูไปหมด
แข่งกับสายฝนสาดเทลงมาไม่ขาดสายจนมองไม่เห็นทาง
ไม่แตกต่างอะไรกับร่างโปร่งที่ยังคงวิ่งฝ่าสายฝน ตะโกนเรียกหาชื่อของใครคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง
ถึงแม้เรี่ยวแรงจะแทบไม่มี เนื่องจากออกแรงวิ่งมาทั้งวัน
ในสภาพสะบักสะบอมเช่นนี้
แต่ความเป็นห่วงมันมีมากกว่า
ตั้งแต่ได้ยินชิเงะบอกว่าฮิโรกิหายตัวไปจากโรงพยาบาล
เขาก็แทบจะทรุดลงแทบเท้าของโยโกยาม่า
ที่ขนาดถูกหมัดหนักๆของอีกคนที่ประเคนมาแบบนับไม่ถ้วน
เขาเลือกที่จะไม่ตอบโต้
เพราะมันจริงอย่างที่รุ่นพี่ตัวโตของเขาพูดทุกอย่าง
เขาผิดสัญญา
เขาดูแลอุจิได้ไม่ดี
เขาเป็นคนรักที่แย่ที่สุด...
ร่างบอบบางอมยิ้มเศร้าๆกับขนมชิ้นเล็กกลิ่นหอม ที่เขาบรรจงราดแยมบลูเบอร์รี่ลงไป
มือเล็กปิดฝากล่องและนำไปแช่ในตู้เย็น
เรียบร้อยแล้วสินะ...
พรุ่งนี้ เขาจะกลับไปที่โรงพยาบาล ไปเข้ารับการผ่าตัด
เขาหมดหวังแล้ว...
เรียวจังคงโกรธมาก
หรืออาจเกลียดเขาไปแล้วจริงๆก็ได้
เขาผิดเอง... ที่ทำให้เรียวจังโกรธ
รู้ทั้งรู้ว่าเรียวจังเป็นห่วงสุขภาพของเขามากกว่าสิ่งใด
ก็ยังทำร้ายตัวเอง
เขาทำให้เรียวจังผิดหวัง
เพราะความคิดมากของตัวเอง
เขาทำให้ความรักที่เฝ้าถนอมประคับประคองกันมาจบลง
เพราะเขาเป็นคนรักที่แย่
แย่ที่สุด....แย่จริงๆ
ดวงตาเศร้าหันไปมองนอกหน้าต่างก็ต้องตกใจ
.....ฝนตกหรือเนี่ย?....
สองขาเล็กกระวีกระวาดไปที่ระเบียง สู้ฝ่าแรงลมฝนที่สาดเทเข้ามาไม่หยุดยั้ง
เก็บเสื้อผ้าที่เปียกชื้นจากน้ำฝนเข้ามาในห้อง วางลงไปที่โซฟาอย่างทะนุถนอม
สองเท้ารู้สึกถึงความชื้นแฉะ และคราบน้ำยาวเป็นทางตั้งแต่ประตูระเบียง
ฮิโรกิส่ายหน้าให้กับความไม่เอาถ่านของตัวเอง
จนถึงตอนนี้....
เขาก็ยังเป็นคนไม่เอาไหนอยู่เหมือนเดิม
นายมันแย่...ฮิโรกิ
ก่อนที่เขาจะได้เดินไปหยิบไม้ถูพื้น
อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกก็หยุดทุกการกระทำของเขา
มือน้อยกุมหน้าอกตัวเองอย่างทรมาน
ริมฝีปากสีซีดอ้าออกเพื่อรับอากาศเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบ
ตาบวมเป่งคลอหน่วยด้วยน้ำตามากมาย
เรี่ยวแรงจะทรงตัวหมดลง จนร่างกายอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นห้อง
จนกระทั่งตอนนี้....
คนอ่อนแอก็ยังคงคิดถึงเขา....
“ฮะ...อึกกก...ระ..เรียวจัง.....”
เหมือนภาพยนตร์ที่ถูกฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสงสว่างยามเช้าค่อยๆส่องสว่างเข้ามาภายในห้องมากขึ้นเรื่อยๆ จนเจิ้ดจ้าร้อนแรงที่สุดในช่วงกลางวัน จากนั้นความร้อนระอุก็ค่อยๆผ่อนปรนลดอุณหภูมิลงไปเช่นเดียวกับแสงสว่างๆที่เริ่มจะมืดมิดลงเรื่อยๆ
ร่างโปร่งนั่งจ้องมองซองกระดาษเล็กๆในมืออยู่อย่างนั้น น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วก็เริ่มจะหลั่งรินลงมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงสิ่งที่ยาสุดะพูดพร้อมกับยื่นเจ้าสิ่งนี้มาให้
“เรียวจัง... นี่เป็นวีดีโอที่อุจจี้ถ่ายเก็บไว้ให้นายในวันนั้น ฉันเจอมันอยู่ในกล้องวีดีโอบนโต๊ะ ฉันว่านายควรจะดูมันนะ เผื่อว่านายจะเข้าใจอะไรๆมากขึ้น”
เขาจะยังต้องเข้าใจอะไรอีก?
ในเมื่อคนที่อยากให้เขาเข้าใจ... ไม่มีวันหวนกลับคืนมาหาเขาอีกแล้ว
เขายังต้องเข้าใจมันไปเพื่ออะไร
เพื่อให้เจ็บปวดมากขึ้นไปกว่านี้อีกหรือ?
แค่ยอมรับความจริงว่าวันนี้ไม่มีอุจิ
ก็มากกว่าความเจ็บปวดแล้ว....
สายตาคมกวาดมองไปทั่วทั้งห้องกว้าง มันเหมือนทุกๆที่ยังคงมีกลิ่นไอของอุจิอยู่
เขายังคงรู้สึกว่ายังมีอีกคนคอยทอดมองด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ตลอด
หากแต่เขาไม่อาจสัมผัสได้ด้วยประสาททั้งห้า
หยดน้ำเค็มๆจากดวงตาทั้งสองยังคงรินรดลงมา จนหลังมือที่วางอยู่บนตักเปียกชุ่มไปหมด
ทุกห้วงคำนึงของเขายังคงมีแต่ใบหน้าหวานๆ น้ำเสียงกระเง้ากระงอด แววตาเศร้าๆ
ท่าทีแสนงอน รวมไปถึงเสียงหัวเราะสดใสที่เขาได้ฟังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็ไม่อาจจะบอกได้
รอยยิ้มเศร้าถูกจุดขึ้นที่มุมปาก ทั้งๆที่น้ำตาก็ยังคงไหลไม่หยุด
เขาเป็นคนรักที่ห่วยแตกที่สุดสินะ
อุจิป่วยมากขนาดนี้ยังไม่เคยสังเกตเห็น
ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะยอมเอ่ยปาก
เพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วงและไม่สบายใจ
ทำไม... ทำไมเขาไม่ช่างสังเกตให้มากกว่านี้
หากย้อนเวลากลับไปได้
เขาคงไม่ต้องมองอุจิค่อยๆจากไปต่อหน้าต่อตา
ทั้งๆที่เรายังไม่เข้าใจกัน
ผมปล่อยให้เขาจากไป
โดยที่ไม่อาจรับรู้ได้เลยว่า
เขากลับมาแล้ว
กลับมาหาอุจิแล้ว...
"สวัสดีเรียวจัง....ตอนที่เรียวจังกำลังดูซีดีแผ่นนี้....
ชั้นคงไม่ได้อยู่ที่นี้แล้ว ที่ที่ชั้นเคยอยู่...
แต่ไม่เคยเป็นที่ของชั้น ที่ที่ชั้นหลอกตัวเองมาเสมอว่า...
ชั้นสามารถอยู่ได้ตลอดไป
แต่ชั้นก็ไม่อาจฝืนความจริงได้
....แม้ว่าชั้นจะรักเรียวจังมากแค่ไหนก็ตาม”
ร่างโปร่งทรุดนั่งลงตรงหน้าจอสี่เหลี่ยมนั้นทันที
ดวงตาบวมช้ำแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง
ยิ่งมองภาพของคนรักที่อยู่ในนั้น
ปรากฏแววตาแสนเศร้า ฉายชัด
ยิ่งอยากเข้าไปกอดปลอบ อยากเข้าไปพูดคุยให้เข้าใจ
ว่าความจริงแล้ว...
ไม่ได้เป็นอย่างที่อุจิเข้าใจเลย...
“ชั้นรู้ดี...ว่าตุ๊กตา..ยังไงมันก็เป็นเพียงตุ๊กตา
คงไม่มีความสำคัญอะไร...กับใครเขามากมาย
ที่เรียวจังบอกว่าชั้นเป็นตุ๊กตาบาร์บี้น่ะ...
ชั้นดีใจมากเลยนะ...อย่างน้อยๆชั้นก็เคยได้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรียวจัง
......คนที่สำคัญที่สุดของชั้น”
ฮิโรกิหยุดพูดไปซักพัก ก้มหน้าซบลงกับฝ่ามือ ก่อนจะพยายามกลั้นสะอื้น
หันมายิ้มฝืนๆกับหน้ากล้อง พร้อมกับหายใจลึกๆอีกครั้ง...
“ถึงแม้ว่าความจริง...ชั้นจะเป็นเพียงตุ๊กตาน้ำแข็ง
ที่ความสวยงามยืนยาวอยู่ได้เพียงชั่วครู่
วันเวลาผ่านไป เมื่อความสวยงามละลายไปพร้อมกับน้ำแข็ง
หมดความน่าหลงใหล....เป็นได้เพียงหยดน้ำไร้ค่าที่รินรดลงตามทางที่ก้าวเดิน
มีแต่จะโดนรังเกียจแล้วเดินหนีจากไป...
ไม่ว่าหยดน้ำเหล่านั้นจะอ้อนวอนคร่ำครวญมากมายเท่าใด
ก็ไม่อาจรั้งความสนใจจากใครได้อีก
รอคอยวันระเหยจากไปอย่างโดดเดี่ยว
ไร้คนเหลียวแล.....”
น้ำตาหยดเล็กไหลรินลงมาจากดวงตาคมเข้มทั้งสอง
เรียวทรุดลงหมดแรงตรงหน้าจอโทรทัศน์
....เอื้อมมือไปสัมผัสดวงหน้า
ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาไม่ต่างกัน....
“ไม่ใช่นะฮิโรกิ..มันไม่ใช่..ไม่ใช่อย่างที่นายคิด”
อยากกอด..อยากปลอบ...
อยากบอกให้รู้ให้เข้าใจ
ว่าสิ่งที่ฮิโรกิเข้าใจทั้งหมดนั้น...
ไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงเลยซักนิด
ฮิโรกิไม่เคยเป็นแค่ตุ๊กตา....
ไม่เคยเป็นแค่สิ่งของที่เรียวจะหลงใหลเพียงชั่วครู่
ฮิโรกิเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง...
เป็นมากกว่าอะไรทั้งหมดในชีวิตของเขา
แต่เพราะทิฐิที่เค้าแบกมันไว้...มันคอยกดดันไม่ให้เค้าทำอะไรอย่างใจต้องการ
จนมันสายเกินไปที่จะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด
การที่เขามั่นใจเกินไป....ว่าคนรักกันต้องเข้าใจกัน
ทำให้การแสดงออกของเขา...คล้ายกับว่าละเลย...
กับความผิดหวัง ที่ฮิโรกิไม่รักตัวเอง
มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่ามีคนมาทำร้ายเขาเสียอีก
เจ็บที่เขาไม่อาจดูแลฮิโรกิให้ดีได้
เจ็บที่แม้แต่คนที่เขารัก...
ยังไม่รักตัวเอง
ความรู้สึกที่สับสน...
กดดันให้เขาไม่อาจหาทางออกที่ดีได้
เขาจึงเลือกที่จะหนี
....หนีไปให้ไกลเพื่อค้นหาหนทางที่ดีที่สุด
แต่เขาหนีไกลจนเกินไป...
......ไกลจนกลับมายังจุดเดิมไม่ทันเวลา
....ฮิโรกิไม่รอเขาแล้ว.....
ไม่สิ....ฮิโรกิไม่มีแรงจะรอเขาอีกต่อไปแล้ว
ภาพที่ร่างบางนอนแน่นิ่งไม่ได้สติอย่างโดดเดี่ยวอยู่กลางห้อง
เนื้อตัวเปียกโชกเพราะสู้อุตส่าห์รวบรวบกำลังเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ให้เขา
ทั้งๆที่ร่างกายอ่อนแอลงทุกที...ทุกที
ร่างบอบบางที่น่าสงสารนี้
ทำเพื่อเค้าจนลมหายใจสุดท้าย
อ้อมกอดที่เขาพยายามให้มันแนบแน่น..อบอุ่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่อาจยื้อลมหายใจที่แผ่วอ่อนของฮิโรกิไว้ได้เลย
มือเล็กๆที่เย็นเฉียบไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรกับเค้าทั้งนั้น
เสียงเรียกที่ไม่ว่าจะตะโกนเท่าไหร่ร่างนี้ก็ไม่อาจได้ยินมันอีกต่อไป
น้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลรินออกมาอย่างไม่อายใคร...
น้ำตาที่ร่างบางไม่อาจรับรู้
หัวใจของคนๆนี้ได้แหลกสลายไปพร้อมๆกับลมหายใจของคนรัก
เรียวก้มหน้าลง...ร้องไห้อย่างโดดเดี่ยวอยู่กลางห้องโถงนั้นเอง....
...รับรู้แล้วกับความรู้สึกโดดเดี่ยว....
....ที่เขาให้คนรักลิ้มรสชาดมันตลอดมา....
เสียงสะอื้นไห้ของเรียวดังประสานกับเสียงสะอื้นของฮิโรกิในซีดี....
ความปวดร้าวที่ถ่ายทอดออกมาผ่านเสียงไม่ได้แตกต่างกันแม้แต่น้อย
โลกของเรียวหยุดหมุนตั้งแต่ฮิโรกิหยุดหายใจแล้ว
โลกของเขาไม่หลืออะไรอีกแล้ว...นอกจาก
น้ำตา....ความเจ็บปวด
ที่มันค่อยๆกรีดเข้าไปที่หัวใจของเขาทีละนิด...ทีละนิด
ให้เขาเจ็บปวดทุรนทุราย...เหมือนดื่มยาพิษร้ายแรงคร่าชีวิต
ยาพิษที่เรียกว่าความรัก
"ระ...ฮึก...เรียวจัง..." เสียงเรียกคุ้นเคยดังมาจากโทรทัศน์....จนเรียวเงยหน้าขึ้นมองทั้งน้ำตา
"ชะ..ชั้นอยากขอร้องเรียวจังซักอย่างนึง...นะ...เป็นสิ่งสุดท้าย..ที่ชั้นจะรบกวนเรียวจัง" ฮิโรกิอ้อนวอนทั้งน้ำตานองหน้า...
ดวงตาคู่สวยส่งผ่านความปวดร้าวมาทิ่มแทงหัวใจของคนตรงหน้าได้มากมายทีเดียว
..."ไม่เลยฮิโระ...นายไม่เคยรบกวนอะไรชั้นเลย....ไม่เคยซักครั้ง"....
มือหนาลากผ่านแก้มใสของคนรัก...คล้ายกับเช็ดหยดน้ำเหล่านั้นให้ระเหยหมดไปจากใบหน้าสวย
"เรียวจัง...ช่วยไปที่ตู้เย็นทีนะ"
เรียวค่อยๆลุกขึ้นเดินตามที่คนรักสั่ง
เปิดตู้เย็นสีอ่อนนั้น....ก็พบบลูเบอร์รี่ชีสพายชิ้นเล็กๆนอนรอเค้าอยู่บนจาน
"ชั้น..รู้..ว่าเรียวจังเกลียดของหวาน...ตะ..แต่..
ชะ...ชั้น..ชั้นตั้งใจฝึกทำ..เพราะอยากให้คนที่ชั้นรักได้ลิ้มรสของมัน....
รสชาดของมันอาจไม่เป็นที่ต้องการของเรียวจัง....ตะ..แต่...
แต่มันก็..อยากให้เรียว..จัง...ได้รับมันไป
เหมือนความรักของชั้น...แม้ว่าเรียวจังจะไม่ต้องการ
แต่ชั้นพร้อมจะให้เรียวจังเสมอ
ชั้นรอ...รอจนกว่าเรียวจังจะรับมัน
ชั้นเก็บพายไว้หนึ่งชิ้น...ทุกครั้งที่ทำ...
เผื่อว่าซักวัน..เรียวจังจะขอมันจากชั้น
ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้...แต่ชั้นก็ยังทำ
ดูโง่มากเลยเนอะ...เรียวจังว่ามั้ย "
ฮิโรกิยิ้มฝืนๆทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้มเนียนไม่หยุด
"ไม่เลยฮิโรกิ...ไม่เลยซักนิด" เรียวทอดสายตามองไปยังหน้าจอโทรทัศน์ด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ
"แต่เวลาของชั้น..มันเหลือไม่พอที่จะรอวันนั้น....
ชะ..ชั้นขอ..ให้..เรียวจัง...สละเวลา...ชิมมันซักคำนึง....ได้มั้ย?
ฉันขอมากไปรึเปล่าเรียวจัง?...แต่...ได้โปรด...เถอะนะ...ชั้นขอร้อง...
ช่วยชิมมันซักครั้ง....ครั้งเดียวก็พอ..."
แล้วฮิโรกิก็ร้องไห้อีก....เสียงสะอื้นแผ่วๆนั้น...บีบคั้นหัวใจคนฟังได้ไม่ยากทีเดียว
เรียวค่อยๆหยิบช้อนตักพายเข้าปากช้าๆ
ค่อยๆรับรสชาดความรักของฮิโรกิที่เค้าละเลย
รสชาดที่เค้าหลีกเลี่ยง...ไม่ว่าฮิโรกิจะเพียรพยายามมากมายแค่ไหน
รสชาดที่เค้าไม่ใส่ใจ...จนวันที่สายเกินไป
..."อะ..หร่อย....อร่อยมากฮิโระ...อร่อย...ที่สุด" เรียวพึมพัมออกมาทั้งน้ำตา
ในที่สุดเค้าก็ได้ลิ้มรสชาดความหวานที่เจ็บปวด...
ความหวานที่เค้าบีบบังคับให้ฮิโรกิรับมาทั้งชีวิต
เค้าได้รับรู้มันแล้ว
แม้ว่าฮิโรกิจะไม่มีวันได้รับรู้มันอีกแล้วก็ตาม
"รอชั้นนะฮิโระ....ชั้นจะไม่ปล่อยให้นายอยู่โดดเดี่ยวอีกต่อไป"
มีดคมกริบส่องประกายเงาวับ ถูกจรดปลายลงที่แขนแข็งแกร่ง
วงแขนที่เคยโอบกอดฮิโรกิ
....บัดนี้อาบไปด้วยเลือดสีแดงสด
ริมฝีปากที่เคยจูบฮิโรกิ
...บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด
ดวงตาที่มองฮิโรกิอย่างห่วงใย
....แหงนมองไปที่หน้าจอโทรทัศน์
ภาพสุดท้ายที่ประสาทตาของเขาจะรับรู้
จะต้องเป็นฮิโรกิ
ลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเค้า
END…
=====================
มันจบแบบนี้เลยเรอะ?
ไม่มีต่อแล้วหรอ?
หลายคนกำลังคิดแบบนี้อยู่รึเปล่า?
ขอบอกว่านี่เป็นตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้งสำหรับเอ็นแล้วในเรื่องนี้
กำลังคิดว่าอิเอ็นกวนตรีนตูแล้วชิมิ?
ป่าวนะ... ดูแววตาอันใสซื่อของอิเอ็นสิ
*=*
((ซื่อมาก....วอนโดนปิดบล็อก))
ตอนจบนี้เอ็นขุดมาได้จากบล็อกเก่าที่กู้คืนมาได้
แบบว่าเซฟเป็นdraftไว้ เพราะกะว่าจะต่อในเร็ววันหลังลงตอนห้า
แต่ที่ไหนได้ เป็นปีกว่าจะได้มาต่อ
((หลายปีด้วย....หลายคนเถียง))
เมื่อสองวันก่อน
เอ็นเอามาแต่งต่อเพิ่มอีกนิดจนกระทั่งสมบูรณ์(แล้วหรอ?)
เรื่องนี้จะเป็นฟิคเรียวจี้เรื่องเดียวของเอ็นที่จะจบแบบนี้
สัญญาฮับ
((แอบเอาอีกมือไขว้หลังไว้))
ฟิคเรื่องนี้เป็นอะไรที่เค้นหัวมาก แต่งไม่เป็นอ่ะ
ฟิคเศร้า ฟิคบรรยาย
พระเจ้า เกินความสามารถอิเอ็นเท็นชิเป็นที่สุด
มันอาจจะไม่ได้ดีอะไรมาก
แต่เป็นฟิคที่เอ็นรักมากๆเลยนะ
หวังว่าคนอ่านคงชอบฟิคนี้ของเอ็นบ้างอ่ะนะ
ขอโทษที่อาจทำให้ผิดหวัง
เอ็นแต่งไม่เป็นจริงๆอ่ะฟิคเศร้าT^T
((จนจะเศร้าใจตัวเองแล้ว))
ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ต้องขอขอบคุณใครหลายๆคนเลย
ขอบคุณเจ้าของบล็อกจีนบล็อกนึงที่โพสรูปเรียวกับเทชชี่
ขอบคุณเมเมะที่ช่วยแต่งในพาร์ทแรก
ขอบคุณโจกับเนะที่ช่วยบิวด์และเควชขอให้เรียวเจ็บๆ
ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่มีอารมณ์ร่วมกับทุกตอนที่ลงไป
ขอบคุณโทชชี่ที่ทนไม้ทนมือให้พิมพ์มาจนถึงตอนจบ
ขอบคุณผู้่อ่านอีกทีที่ยังจำมันได้
ขอบคุณเรียวกับน้องที่วันนี้ยังรักกัน
ขอบคุณวันเวลาที่แม้จะผ่านไปก็ยังไม่จางหาย
ขอบคุณจริงๆฮับ^=^
มีอีกเรื่องแจ้งให้ทราบ คือฟิคเรื่องอื่นจะทยอยเอามาลง และจะพยายามต่อเรื่องเก่าให้ได้นะคับ
รักทุกคนเหมือนทุกวัน(?)
รักเรียวน้องสุดใจขาดดิ้น โฮ้ววววววววววววววววว

บีมเคยเตือนแล้วเชียวว่าอย่าให้นิคแต่งตอนจบ
จบแบบเจ็บปวดมากมาย
น้องไม่เข้าใจเรียวจนลมหายใจสุดท้ายเลย
ส่วนเรียวช่างมัน มันทำตัวเอง (จะถูกแม่เรียวตบไหมเนี่ย
เรียวสมควรได้รับความเจ็บปวดแบบนี้
เพราะมองข้ามความรู้สึกน้อง
เศร้าจริงจังเลยค่ะนิค
รอเรื่องอื่นต่อไปนะคะ หวังว่านิคจะมาต่อให้จบแบบแฮปปี้นะคะ
#1 By Natsuchi [Na] (222.123.163.155) on 2009-04-25 20:17